|
เกร็ดความรู้ทางคณิตศาสตร์
โดยนักศึกษาเอกคณิตศาสตร์สถาบันราชัฏพระนคร
ที่ปรึกษากิจกรรม:ผ.ศ.ดร.สมวงษ์
แปลงประสพโชค
ทำไม
การหารจึงใช้เครื่องหมาย
÷
สัญลักษณ์
÷
ได้ถูกนำมาใช้โดย
จอห์น วอลลิส ( John Wallis 1616 1703
)ในประเทศอังกฤษและสหรัฐ
อเมริกา แต่ไม่แพร่หลายในทวีปยุโรป เพราะใช้เครื่องหมายโครอน( : )กันจนชินแล้ว
ในปี
1923
คณะกรรมการแห่งชาติเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ในสหรัฐอเมริกากล่าวว่าเครื่องหมายหาร
(÷)และเครื่องหมายโครอน(
: ) ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในชีวิตธุรกิจ แต่ใช้ในวิชาพีชคณิตเท่านั้น
จึงได้มีการนำเครื่องหมายเศษส่วน( / )มาใช้แทนเครื่องหมายหาร
(÷)
อ้างอิงจากรายงาน National Committee on
Mathematical Requirement ของ Mathematical Association of
America,Inc( 1923,P 81 )
เครื่องหมาย
´
มีกี่แบบ
คำว่า Multiply มาจากคำว่า Multiplicare
เป็นภาษาละติน ซึ่งหมายถึง
การมีค่าเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ นักคณิตศษสตร์ Oughtred
เป็นคนคิดเครื่องหมายคูณเป็นรูป
´
ในปี1631 ต่อมา Harriot
แนะนำให้ใช้เครื่องหมายจุด .
ในปีเดียวกัน
ในปี ค.ศ.
1698 Leibniz เขียนถึง Bernoulli ว่า
ฉันใช้
´
เป็นสัญลักษณ์ในการคูณ มันสับสนกับตัวX
บ่อยครั้ง ฉันจึงใช้สัญลักษณ์ง่ายๆ คือ . (จุด)
ปัจจุบันนี้การคูณใช้เครื่องหมาย 3 แบบได้แก่ 3´a
หรือ 3.a หรือ (3)a
หรือการวางชิดกันคือ 3a
ทำไม
การบวกจึงใช้เครื่องหมาย
+
ว่าบวกมาจากภาษาละตินว่า
adhere
ซึ่งหมายความว่า ใส่เข้าไป Widman
เป็นคนแรกที่คิดใช้เครื่องหมาย
+
และ
-
ในปี 1489 เขากล่าวว่า
-
คือ minus และ
+
คือ more เชื่อกันว่าสัญลักษณ์
+
มาจาก
ภาษาละติน et แปลว่า และ
รู้ไหม
สัญลักษณ์
p
ที่ใช้ในการหาพื้นที่วงกลมมีความเป็นมาอย่างไร
ในอดีตไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่า
p
เป็นจำนวนอตรรกยะ ในคัมภีร์ไบเบิล(I Kings 7: 23)
ตัว
p
ถูกกำหนด
ให้มีค่าเป็น 3
ในปี 1892 นิตยสาร นิวยอร์กไทม์ แสดงค่า
p
เท่ากับ 3.2 อีกทั้งในปี 1897
ใน House Bill
หมายเลข
246 ในรัฐอินเดียนน่า
ให้ p
มีค่าเท่ากับ 4 ในหนังสือพิมพ์ในปี
1934 ให้
p
มีค่า
( สัญลักษณ์
pพบครั้งแรกในปี 1934แต่ยังไม่แพร่หลาย
จนกระทั่ง Euler เริ่มนำมาใช้ในปี 1737),
ในปี 1873 William Shanks คำนวณค่า
p
ได้ทศนิยม 700 ตำแหน่ง โดยเขาใช้เวลานานถึง
15 ปี
อย่างไรก็ตามได้มีการนำเทคนิคทางคอมพิวเตอร์มาใช้แทนซึ่งคำนวณได้แม่นยำกว่า
100 ตำแหน่ง คุณอาจสงสัยว่า
p
คืออะไร

ปัจจุบันพิสูจน์ได้ว่า
p
เป็นจำนวนอตรรกยะ และเราใช้ หรือ
3.14 เป็นค่าประมาณของ
p
ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับ
p
ได้จาก
http://school.net.th/l:brary/snet2/know/dge-math/piel.htm.
การค้นหาค่า
p
อักษร
p
อ่านว่า พาย เป็นสัญลักษณ์ที่ Willia Jones
ได้เริ่มใช้เป็นคนแรกเพื่อบอกอัตราส่วนระหว่างความ
ยาว เส้นรอบวงของวงกลมใดๆกับความยาวเส้นผ่าศุนย์กลางของวงกลมนั้น
ซึ่งวงกลมทุกวงจะมีอัตราส่วนดังกล่าวเท่า
กันหมดคือ ประมาณ3.1415926
ประวัติศาสตร์ได้จารึกไว้ว่า เมื่อประมาณ 4,000
นี้ นักคณิตศาสตร์ชาวบาบิโลน รู้จักคำนวณค่า
p
ได้ประมาณ
3.125 และนักคณิตศาสตร์ได้พบว่า
วงกลมใดก็ตามที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 9 หน่วย
จะมีพื้นที่เท่ากับ สี่เหลี่ยมจัตุรัสที่
ด้านยาว 8 หน่วย นั้นคือ
p
256/81 = 3.1604
Archimedes นักคณิตศาสตร์ชาวกรีก
ซึ่งเคยมีชีวิตอยู่เมื่อ 2,250 ปีก่อน ได้แสดงวิธีหาค่า
p
ใน
หนังสือMeasurement
of a Circle
โดยคำนวณพื้นที่ของรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่าที่บรรจุในวงกลม และได้ค่า
p
ว่าอยู่
ระหว่าง 3.1408 กับ 3.1428
ในเวลาต่อมาอีกราว 400 ปี Ptolemy
นักดาราศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงพบว่า
p
มีค่า
3 /120 = 3.141666
และในราวคริสต์ศตวรรษที่ 5
Tsu
Chung-Chih ชาวจีนคำนวณค่า
p
ได้ 3.1415926
ซึ่งนับว่าถูกต้องถึงทศนิยมตำแหน่งที่ 7
วงการคณิตศาสตร์ในสมัยโบราณถือกันว่าใครคำนวณค่า
p
ซึ่งได้ทศนิยมละเอียดยิ่งมีความสามารถมาก
L.Ceuben ชาวเนเธอร์แลนด์ คำนวณค่าได้จุดทศนิยมถึง
32 ตำแหน่ง และค่าที่เขาหามาได้อย่างลำบากนี้ ได้ถูกนำมา
เรียงจารึกบนหลุมฝังศพของเขา เมื่อเขาสิ้นชีวิต
ในปี พ.ศ. 2320 Le Conte
de Buffon พบว่าเขาสามารถหาค่า
p
ได้จากการทดลองโยนเข็มเล่มหนึ่งอย่างไม่
ตั้งใจลงบนพื้นซึ่งเส้นขนาน 2 เส้น
หากเข็มที่เขาใช้มีความยาว l
และระยะห่างระหว่างเส้นขนานเท่ากับ d โดยที่ l < d
เขาพบว่า โอกาสที่เข็มจะพาดตัวตัดเส้นขนานเส้นหนึ่ง
มีค่าเท่ากับ 2 ดังนั้นเวลาเขาโยนเข็ม N
ครั้งแล้วนับจำนวนครั้ง
ที่เข็มพาดทับเส้นขนาน สมมติว่าได้เท่ากับ
n ก็แสดงว่า
 นั่นคือ
p
= 2lN/dn
-
Machin ( 2249 )
ใช้สูตร ได้
p
ถูกต้องตำแหน่งที่ 100
- Newton
ใช้สูตร
:-
ได้
p
ถูกถึงตำแหน่งที่ 15
- Ramanujam ( 2458 )
ใช้สูตร
:-
ได้ค่า p
ถูกต้องถึงตำแหน่ง17,526,200
ตำแหน่ง
- Z G.chudnosky ( 2537 )
ใช้สูตร:-
หาค่า
p
ได้ทศนิยม 4,055,000,000 ตำแหน่ง
ใช้สูตร
:-
หาค่า
p
ได้ทศนิยม 4,055,000,000 ตำแหน่ง
-
สถิติโลกในการหาค่า p
ปัจจุบันของ Y. Kamada แห่งมหาวิทยาลัย
Tokyo ซึ่งคำนวณค่า
p
ถึง ทศนิยม
ตำแหน่งที่ 6,442,450,938
-
เหตุใดคนเราต้องคำนวณค่า
p
ให้ได้ละเอียดถึงปานนั้น
คำตอบก็คือ
- เมื่อเราคำนวณค่า
ละเอียดค่า p
ที่ได้จะเป็นตัวทดสอบ สามารถเป็นตัวทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของ
Computer ได้ Computer
เครื่องใดทำงานผิดพลาด จะให้ค่า
p
ผิดทันที และ Computer ใดคำนวณค่าได้ทศนิยม
ถูกต้องถึง 1,000 ล้านตำแหน่ง แสดงว่า Computer
เครื่องนั้นทำงานอย่างน้อย 1,000
ล้านจังหวะได้อย่างไม่ผิดพลาด
รู้ไหม
0
กำเนิดเมื่อไร
ชาวอียิปต์ยังไม่มีสัญลักษณ์แทน 0
ชาวบาบิโลเนียนใช้ระบบตำแหน่งแต่ก็ยังไม่มี 0
ใช้ จึงทำให้ตัวเลขที่เขาใช้ยังไม่สมบูรณ์
จนกระทั่งในปีที่ 150 ของคริสตกาล ชาวมายัน ได้นำ 0
มาใช้เป็นกลุ่มแรก โดยใช้แสดงตำแหน่งและใช้แทนจำนวน 0
ซึ่งไม่ทราบว่านำมาใช้เมื่อใดจนกระทั่งมีบันทึกไว้ก่อนคริสตศตวรรษที่
16 โดยนักเดินทางชาวสเปนที่เดินทางไปคาบสมุทรยูคาธาน
พวกเขาพบว่า ชาวมายันได้มีการใช้ 0
อย่างแพร่หลายมาเป็นเวลานาน ก่อนที่โคลัมบัส
จะค้นพบอเมริกาเสียอีก
รู้ไหม
ใครค้นพบลอการิทึม
จอห์น เนเปียร์
(John
Napier:1550-1617) ได้รับยกย่องว่าเป็นคนค้นพบลอการิทึม
ท่านเป็นคนแรกที่พิมพ์ผลงาน Descriptio
ซึ่งเกี่ยวกับลอการิทึม ในปี 1614
ในปี ค.ศ. 1588
แนวคิดที่คล้ายกันนี้ก็ได้รับการพัฒนาโดย จ้อบ บูกี้ (Jobst Burgi)
Glaisher กล่าวว่า การประดิษฐ์ลอการิทึม และตารางคำนวณ
มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อวิทยาศาสตร์ไม่มีงานคณิตศาสตร์ใด
ที่มีผลสืบเนื่องอย่างมีคุณค่าเท่ากับงาน Descriptio ของ
เนเปียร์ ยกเว้น Principia ของนิวตัน
แหล่งที่จะศึกษาทางประวัติเกี่ยวกับลอการิทึม มีอยู่ใน
Encyclopedia Britanica พิมพ์ครั้งที่ 11
ฉบับที่ 16 หน้า 868 877
เขียนโดย J.W.L. Glaisher และมีอยู่ใน
History of the Exponential and Logarithmic Concepts.
ในหนังสือวารสาร American Mathematical Monthly. Vol.20(1913)
ซึ่งเขียนโดย Florian Cajori
มีใครทราบไหมเอ่ย
ประวัติลอการิทึม
มีความเป็นมาอย่างไร
เมื่อก่อน Logarithms
เป็นตัวช่วย ในการคำนวณ แต่ในปัจจุบันนี้ มีความ
สำคัญมากขึ้นในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ชาวบาบิโลเนียนเป็นพวกแรกที่ใช้ Logarithms
ในการแก้ปัญหา และไม่ใช้ในการคิดคำนวณ
พื้นฐานของ Logarithms
สมัยใหม่นั้น ได้รับการพัฒนาขึ้นโดย Tycho Brahe
(1546-1601) เพื่อใช้พิสูจน์ทฤษฎีของ Copernican
ซึ่งเกี่ยวกับทฤษฎีแห่งการเคลื่อนที่ วิธีการที่เขาใช้เรียกว่า
prostaphaeresis
ในปี 1590 Brahe และ
John Craig ได้เล่าให้Napier
ฟังเกี่ยวกับวิธีการของ Brahe ซึ่ง Napier (1550
1617) เป็นคนแรกที่คิดคำว่า Logarithms
ขึ้นมา Napier เปรียบเสมือนกับ Isaac Asimov
ในช่วงเวลานั้น เขาได้ จินตนาการถึง รถถัง ปืนกลและเรือดำน้ำ
เขาได้ทำนายไว้ด้วยว่า โลกเราถึงการสิ้นสุดในระหว่างปี 1688
และ ปี 1700 ทุกวันนี้ Napier
ได้รับการยกย่องว่าเป็นคนที่ประดิษฐ์ Logarithms
ที่ใช้อย่างกว้างขวางในการคำนวณที่ซับซ้อน
ตั้งแต่ก่อนการกำเนิดขึ้นของเครื่องคิดเลข ปัจจุบันเน้นการใช้ Logarithms
กว้างขวาง และกว้างไกลมากกว่าการคำนวณแค่จำนวน ธรรมดา ๆ
อยากรู้ไหม
ว่าคุณเป็น
คนอัจฉริยะ(
Genius )หรือไม่
แบบทดสอบนี้ออกโดย
MENSA
ซึ่งเป็นสมาคมไอคิวสูง ของสหรัฐอเมริกา คุณมีเวลาทดสอบ IQ
จากข้อสอบนี้ 20 นาทีเท่านั้น
ถ้าเกินเวลาควรหยุด
ณจะได้ข้อละ
1
คะแนน สำหรับข้อถูก
แต่ถ้าคุณทำเสร็จภายใน
15 นาที
คุณจะได้เพิ่มอีก 4 คะแนน
รู้ไหม
การถ่ายภาพในอวกาศ
คณิตศาสตร์ช่วยได้อย่างไร
เมื่อภาพถูกส่งมาจากอวกาศ จะถูกส่งเป็นสัญลักษณ์ของระบบเลขฐานสอง
ซึ่งรูป ภาพเหล่านั้น ไม่ได้ส่งมาอยู่
ในรูปของแผ่นฟิล์ม แต่จะส่งออกมาเป็นจุดกลมเล็กมาก
เรียก pixel
ตัวอย่างภาพจะถูกแบ่งออกเป็น 1000 pixel
ในแนวนอน และ 500 pixel ในแนวตั้ง
แต่ละ pixel
ถูกแทนด้วยตัวเลขที่มีความสว่าง ตั้งแต่ 0 63
สำหรับสีขาวบริสุทธิ์จนถึงสีดำบริสุทธิ์
ตัวเลขเหล่านี้จะถูกส่งกลับเป็นตัวเลขฐานสองมี
6 หลัก ตั้งแต่ 000000 ถึง
111111
คอมพิวเตอร์จะแปลเลขฐานสอง 6
หลักนี้ ลงในภาพถ่าย
ภาพนี้เป็นดาว Triton
ซึ่งเป็นบริวารของดาวเนปจูน
รูปภาพเหล่านี้จะถูกส่งไปโดยยาน Voyager 2
ในเดือนสิงหาคม ปี 1989
|