|
ความคิดในเรื่องเลขจำนวนเฉพาะได้มีการศึกษากันมาตั้งแต่สมัยยูคลิด
ยูคลิดได้กล่าวว่าตัวเลขใด ๆ
สามารถเขียนอยู่ในรูปผลคูณของตัวเลขจำนวนเฉพาะ
หรือกล่าวได้ว่าตัวเลขใด ๆ จะต้องมีตัวประกอบเป็นเลขจำนวนเฉพาะได้เสมอ
N = p1p2p3...pn
เมื่อ p หมายถีงตัวเลขจำนวนเฉพาะ หรือ
1
ยูคลิดยังได้พิสูจน์ให้เห็นว่า
ในระบบเลขจำนวนเฉพาะ จะมีจำนวนตัวเลขจำนวนเฉพาะได้
อนันต์
แฟร์มาต์ได้ทำการศึกษาเลขจำนวนเฉพาะ
และได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ตัวเลขจำนวนเฉพาะใด
ๆ ที่มีรูปแบบเป็น 4n + 1 ตัวเลขจำนวนเฉพาะนี้จะเขียนให้อยู่ในรูปแบบของตัวเลขยกกำลังสอง
ของตัวเลขสองตัวรวมกัน
เช่น
5 เป็นเลขจำนวนเฉพาะ
5 = 4n + 1 = 4 x 1 + 1 (n =
1)
ซึ่งเขียนได้
เป็น 5 = 22 + 12
หรือตัวอย่าง
13 = 4 x 3 + 1 เขียน 13 = 32
+ 22
แฟร์มาต์ยังพิสูจน์ให้เห็นว่า 2n
+ 1 เป็นเลขจำนวนเฉพาะ ถ้าหาว่า n มีค่าเป็นตัวเลขของสองยกกำลัง
เช่น
21 + 1 = 3
22 + 1 = 5
24 + 1 = 17
28 + 1 = 257 .
.
.
n = 1, 2, 4, 8, 16,....
ตัวเลขจำนวนเฉพาะในกรณีนี้เรียกว่า
ตัวเลขแฟร์มาต์ หลังจากนั้นต่อมาอีกประมาณ
100 ปี ออยเลอร์ (Euler) ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าที่แฟร์มาต์
กล่าวมานี้ไม่เป็นจริงเพราะ
232 + 1 เท่ากับ 4,294,967,297 เป็นตัวเลขที่ไม่ใช่เลขจำนวนเฉพาะ
เพราะหารด้วย 641 ได้ลงตัว
Marin Mersenne ได้ทำการศึกษาเลขจำนวนเฉพาะในรูปแบบ
2n - 1 ซึ่งพบว่า 2n - 1 ไม่เป็นจำนวนเฉพาะทุกตัว
ตัวเลขจำนวนเฉพาะที่อยู่ในรูป
2n - 1 เรียกว่า
Mersenne number
จนถึงปัจจุบันนี้มีผู้พบตัวเลข
Merssenne 37 ตัว ตัวเลขที่ใหญ่ที่สุด
คือ 23,021,337 - 1 เป็นเลขจำนวนเฉพาะที่มีขนาด
909526 ตัวเลข
จากการศึกษาเลขจำนวนเฉพาะมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ยังมีคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้เกี่ยวกับเลขจำนวนเฉพาะอยู่มากมาย
เช่น
- มีเลขจำนวนเฉพาะที่อยู่ในรูปแบบ
n2 + 1 อยู่อนันต์ตัว
- ระหว่างตัวเลข n2 และ (n + 1)2
อย่างต้องมีเลขจำนวนเฉพาะอยู่ด้วย
- ตัวเลขแฟร์มาต์ที่เป็นเลขจำนวนเฉพาะมีได้อนันต์ตัว
ความคิดเกี่ยวกับเรื่องเลขจำนวนเฉพาะ
จึงเป็นโจทย์ที่ยังต้องการหาผู้คิดค้นได้อีก
ที่มา : รศ. ยืน ภู่วรวรรณ, สำนักบริการคอมพิวเตอร์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
|