จอห์น แนช จูเนียร์ เป็นนักคณิตศาสตร์ชาวอเมริกัน
ที่สร้างผลงานต่อโลกมากมาย
โดยคิดทฤษฎีดุลยภาพซึ่งสำคัญกับเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่
มีผลต่อการค้าและการทหาร ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ชาติ
ชีวิตของเขาน่าสนใจ
ซึ่งได้สอนให้เรารู้จักคุณค่าของการฉกฉวยการใช้ความคิดในขณะที่ยังเป็นหนุ่มสาว
จอห์น แนช จูเนียร์ เกิดวันที่ 13 มิถุนายน 1928
เขาเป็นเด็กอัจฉริยะในเมืองบูลฟีลด์ มลรัฐเวอร์จิเนีย หน้าตาดี
หยิ่งยโส มีนิสัยพิลึกมาก เขาไม่ชอบเข้าห้องเรียน
ไม่ชอบแก้โจทย์คณิตศาสตร์ในวิธีของคนอื่น ๆ
เพราะเขาถือว่าห้องเรียนเป็นกรอบความคิด เขาชอบค้นคว้าและคิดเองเสมอ
เขามีนักวิทยาศาสตร์ในดวงใจ คือ
อัลเบอร์ต ไอสไตน์
ในวัยรุ่นเขาชอบศึกษาหาความรู้ ชอบคิดทฤษฎี สร้างวิธีคิดเองเสมอ
ทำให้ในวัน ๆ หนึ่งเขาจะอยู่กับตำราหนังสือตลอด
เขาได้ศึกษาที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ในปี 1944 และได้ชิงทุน คาร์เนกี้
และเขาก็ชนะเพราะทฤษฎีที่เขาคิดนั่นเอง
เขาจบปริญญาเอกด้วยวิทยานิพนธ์หนาเพียง 27 หน้า
ที่ว่าด้วยเรื่องทฤษฎีสมดุลระบบ
เขาเริ่มต้นการทำงานด้วยการสอนหนังสือที่ M.I.T
(massachusetts institute of technology ) พร้อมกับอาการภาพหลอนที่มากขึ้นเรื่อย
ๆ เขาได้พบรักกับอลิเซีย ลาร์ด ซึ่งเธอได้ศึกษาปริญญาเอกสาขาฟิสิกส์
จอห์น แนช แต่งงานกับเธอในปี 1953 จากนั้นไม่นานเขาก็มีลูกชายชื่อ
จอห์นนี่
ในระหว่างช่วงนั้นเขาต้องทนทุกข์ทรมานกับการเป็นโรคจิตเภทที่เขาไม่รู้ตัวจนเขาไม่สามารถจะสอนหนังสือได้
เขารักษาตัวเป็นเวลานานมาก แต่ด้วยจิตใจอันเข้มแข็งและสวยงาม
เขาจึงเอาชนะโรคเหล่านั้นด้วยตนเอง ไม่สนใจภาพหลอน
แม้ว่าทุกวันนี้ภาพหลอนยังคงเวียนว่ายใกล้ตัวเขาซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะที่สวยงามที่สุดที่มนุษย์พึงกระทำ
เมื่อหายจากโรคเขาจึงใช้เวลาที่เหลือของอายุผลิตงานค้นคว้าต่อไปเพื่อทดแทนเวลาที่หายไปในขณะที่เขาป่วย
จนผลงานของเขาเป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ในปี 1994
ด้วยทฤษฎีสมดุลระบบ ซึ่งเป็นรากฐานของเศรษฐศาสตร์แผนใหม่
นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีเกม การแก้ปัญหาการต่อรองของแนช โปรแกรมของแนช
ผลลัพธ์แบบดีจอร์จีแนช การฝังในของแนช ทฤษฎีบทของแนช-โมเชอร์
ทฤษฎีเหล่านี้มีประโยชน์ทางการค้า การทหาร การเมือง
ที่อาศัยการเจรจาโดยไม่มีผู้ใดเสียประโยชน์ เขายังคงผลิตผลงานออกมาเรื่อย ๆ
และสอนที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ชีวิตปั้นปลายของเขามีความสุขกับครอบครัวมาก
จอห์นยังคงเดินไปสอนที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันทุกวัน
และสอนหนังสือนักศึกษากลุ่มเล็ก ๆ ในห้องสมุดอย่างมีความสุข
โดยเลี่ยงที่จะทำงานในห้องสี่เหลี่ยม