รายงาน : การเพิ่มทักษะให้ครู สิ่งจำเป็นในยุคการเรียนรู้


วัฒนา เฉียงเหนือ  จาก  


 
        ในยุคปฏิรูปการศึกษา ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางนั้น ฟังดูเป็นคำกล่าวสวยหรูที่ใครๆ ก็พูดกัน แต่หาก
ลงลึกกันจริงๆ แล้ว คำกล่าวนี้ ได้แฝงไว้ด้วยปรัชญาการศึกษามากมาย ซึ่งหากไม่พยายามทำความเข้าใจ อาจส่งผลไปถึง ประสิทธิภาพการเรียนการสอน ในขณะที่การศึกษายุคใหม่ ภายใต้กระบวนการปฏิรูป ทั้งครูและนักเรียน จะต้องเจอทั้งหลักสูตรใหม่ ห้องเรียนใหม่ที่ไม่ใช่ห้องสี่เหลี่ยม ครูคนใหม่ที่ไม่ใช่ครูประจำชั้น หรือแม้แต่คนประเมินเงินเดือนคนใหม่ที่ไม่ใช่ครูใหญ่ สิ่งเหล่านี้กำลังจะเกิดขึ้น และที่ชัดเจนที่สุดคือ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ได้ระบุว่า การจัดการเรียนการสอนยุคใหม่ ต้องฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (สสวท.) จึงได้พยายามสร้างเครือข่ายการพัฒนาการศึกษาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในระดับโรงเรียนทั่วประเทศ โดยร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยของรัฐ 24 แห่ง ภายใต้ชื่อ "โครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน และการจัดการศึกษาวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโรงเรียน" เมื่อต้นปี 2545 ที่ผ่านมา             
   ทั้งนี้ การดำเนินงานของคณะวิทยาศาสตร์แต่ละแห่ง ต่างก็คืบหน้าไปอย่างเข้มแข็ง ภายใต้ศักยภาพของมหาวิทยาลัยที่ "แน่นและเข้ม" ในเนื้อหาวิชาการ เพื่อจับมือกันพัฒนาการศึกษาวิทยาศาสตร์ในด้านมาตรฐานการเรียนรู้ การจัดหลักสูตร สถานศึกษา การพัฒนามาตรฐานครู มาตรฐานสื่อการเรียนการสอน และการใช้ ICT ในการเรียนการสอน โดยคณะวิทยาศาสตร์ทั้ง 24 แห่ง คัดเลือกโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาและประถมศึกษา เป็นโรงเรียนแกนนำในการพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนการสอน

                 ล่าสุด เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้ร่วมกันจัดอบรมครูวิทยาศาสตร์ ด้านการจัดการเรียนการสอน ธรณีวิทยาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 276 คน ทั่วประเทศ ณ จุฬาฯ ม.เกษตร (บางเขน) ม.สุรนารี ม.เชียงใหม่ ม.ขอนแก่น และม.สงขลานครินทร์ (หาดใหญ่) และจากการไปสังเกตการณ์การอบรมที่ ม.เกษตร (บางเขน) ซึ่งมีครูวิทยาศาสตร์ จำนวน 41 คน เข้าร่วมการอบรม อาจารย์วีระศักดิ์ อุดมโชค หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป ม.เกษตร ซึ่งเป็นหัวหน้าการอบรมครั้งนี้ บอกว่า กิจกรรมที่ใช้ในการอบรมครู มีทั้งในส่วนของทฤษฎีและปฏิบัติ รวมทั้งออกภาคสนามศึกษาสภาพภูมิประเทศของแต่ละภูมิภาค ซึ่งทีมนี้ได้ไปฝึกปฏิบัติการภาคสนามที่จังหวัดสระบุรี ล้วนแต่เป็นเรื่องของธรณีวิทยา หรือวิทยาศาสตร์พื้นพิภพทั้งสิ้น ทั้งเรื่องดิน หิน แร่ธาตุ น้ำ ลักษณะภูมิประเทศ

                อันดับแรกที่ครูเหล่านี้จะต้องทำคือ การทำความเข้าใจสภาพพื้นฐาน ก่อนจะนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน อ.รัชนี อินนุรักษ์ ครูวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนกำแพงแสน จ.นครปฐม เล่าว่า ที่เข้าอบรมครั้งนี้ เพราะอยากได้ความรู้ใหม่ๆ ไปสอนเด็ก เรื่องธรณีวิทยามีสอนที่โรงเรียนแล้ว ตั้งแต่ชั้น ป.1 เด็ก

เล็กๆ จะเรียนแบบพื้นๆ รู้จักดิน รู้จักทราย เด็กชั้นสูงก็จะรู้จักหิน รู้จักแร่ "หลังอบรมแล้วก็คงต้องนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในทุกระดับชั้น ส่วนตัวแล้วไม่ได้จบวิทยาศาสตร์มาโดยตรง จึงจำเป็นต้องขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม"

               ในขณะที่ อ.พวงเพชร นุชบุรี โรงเรียนสิงห์บุรี บอกว่า สอนวิทยาศาสตร์ชั้น ม.2 เรื่องดิน หิน แร่> เปลือกโลก และน้ำ พอดีเห็นว่าตรงกับที่สอนจึงได้สมัครเข้ารับการอบรม การอบรมครั้งนี้สามารถนำตัวอย่างไปสอนนักเรียนได้ โดยเฉพาะเรื่องน้ำและอากาศที่ได้ความรู้ละเอียดกว่าในตำรา หรือคู่มือครู ทั้งยังทำให้รู้ลึกมากขึ้น

 และนำความรู้จากการออกภาคสนามไปจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ด้วย แม้จะเป็นงานที่หนักสำหรับครู ที่นอกจากจะต้องทำหน้าที่สอนแล้ว ยังต้องดิ้นรนเพื่อหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา อ.วิชัย เกียรติทวีมั่นคง ร.ร.หินกอง

 (พิบูลอนุสรณ์) จ.สระบุรี บอกว่า การสอนวิทย์จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องศึกษาเรียนรู้ตลอดเวลา จะหยุดอยู่กับที่ไม่ได้ ซึ่งการอบรมครั้งนี้ทำให้ได้พัฒนาตัวเอง นอกจากจะนำไปสอนนักเรียนแล้ว ตนเองก็จะไปถ่ายทอดความรู้ให้แก่เพื่อนครูในโรงเรียนด้วย

                  และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ ว่าครูยุคใหม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนมาเป็น

ผู้เรียนให้มากขึ้น ไม่เฉพาะแต่นักเรียนเท่านั้นที่จะเป็นผู้เรียนอย่างเดียว ในขณะที่ตัวนักเรียนเองก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับกระบวนการที่เปลี่ยนไปด้วย สิ่งเหล่านี้ก็เพื่อเป้าหมายการเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ในอนาคต