![]() |
|
วัฒนา เฉียงเหนือ
จาก
ล่าสุด เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้ร่วมกันจัดอบรมครูวิทยาศาสตร์ ด้านการจัดการเรียนการสอน ธรณีวิทยาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 276 คน ทั่วประเทศ ณ จุฬาฯ ม.เกษตร (บางเขน) ม.สุรนารี ม.เชียงใหม่ ม.ขอนแก่น และม.สงขลานครินทร์ (หาดใหญ่) และจากการไปสังเกตการณ์การอบรมที่ ม.เกษตร (บางเขน) ซึ่งมีครูวิทยาศาสตร์ จำนวน 41 คน เข้าร่วมการอบรม อาจารย์วีระศักดิ์ อุดมโชค หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป ม.เกษตร ซึ่งเป็นหัวหน้าการอบรมครั้งนี้ บอกว่า กิจกรรมที่ใช้ในการอบรมครู มีทั้งในส่วนของทฤษฎีและปฏิบัติ รวมทั้งออกภาคสนามศึกษาสภาพภูมิประเทศของแต่ละภูมิภาค ซึ่งทีมนี้ได้ไปฝึกปฏิบัติการภาคสนามที่จังหวัดสระบุรี ล้วนแต่เป็นเรื่องของธรณีวิทยา หรือวิทยาศาสตร์พื้นพิภพทั้งสิ้น ทั้งเรื่องดิน หิน แร่ธาตุ น้ำ ลักษณะภูมิประเทศ อันดับแรกที่ครูเหล่านี้จะต้องทำคือ การทำความเข้าใจสภาพพื้นฐาน ก่อนจะนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน อ.รัชนี อินนุรักษ์ ครูวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนกำแพงแสน จ.นครปฐม เล่าว่า ที่เข้าอบรมครั้งนี้ เพราะอยากได้ความรู้ใหม่ๆ ไปสอนเด็ก เรื่องธรณีวิทยามีสอนที่โรงเรียนแล้ว ตั้งแต่ชั้น ป.1 เด็ก เล็กๆ จะเรียนแบบพื้นๆ รู้จักดิน รู้จักทราย เด็กชั้นสูงก็จะรู้จักหิน รู้จักแร่ "หลังอบรมแล้วก็คงต้องนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในทุกระดับชั้น ส่วนตัวแล้วไม่ได้จบวิทยาศาสตร์มาโดยตรง จึงจำเป็นต้องขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม" ในขณะที่ อ.พวงเพชร นุชบุรี โรงเรียนสิงห์บุรี บอกว่า สอนวิทยาศาสตร์ชั้น ม.2 เรื่องดิน หิน แร่> เปลือกโลก และน้ำ พอดีเห็นว่าตรงกับที่สอนจึงได้สมัครเข้ารับการอบรม การอบรมครั้งนี้สามารถนำตัวอย่างไปสอนนักเรียนได้ โดยเฉพาะเรื่องน้ำและอากาศที่ได้ความรู้ละเอียดกว่าในตำรา หรือคู่มือครู ทั้งยังทำให้รู้ลึกมากขึ้น และนำความรู้จากการออกภาคสนามไปจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ด้วย แม้จะเป็นงานที่หนักสำหรับครู ที่นอกจากจะต้องทำหน้าที่สอนแล้ว ยังต้องดิ้นรนเพื่อหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา อ.วิชัย เกียรติทวีมั่นคง ร.ร.หินกอง (พิบูลอนุสรณ์) จ.สระบุรี บอกว่า การสอนวิทย์จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องศึกษาเรียนรู้ตลอดเวลา จะหยุดอยู่กับที่ไม่ได้ ซึ่งการอบรมครั้งนี้ทำให้ได้พัฒนาตัวเอง นอกจากจะนำไปสอนนักเรียนแล้ว ตนเองก็จะไปถ่ายทอดความรู้ให้แก่เพื่อนครูในโรงเรียนด้วย และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ ว่าครูยุคใหม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนมาเป็น ผู้เรียนให้มากขึ้น
ไม่เฉพาะแต่นักเรียนเท่านั้นที่จะเป็นผู้เรียนอย่างเดียว
ในขณะที่ตัวนักเรียนเองก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับกระบวนการที่เปลี่ยนไปด้วย
สิ่งเหล่านี้ก็เพื่อเป้าหมายการเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ในอนาคต
|