
|
|
 |
|
|
|
ศรีนิวาสะ
รามานุชัน |
|
รามานุชัน
เพชรน้ำงามแห่งเอเชีย |
|
Born: 22 Dec 1887 in
Erode, Tamil Nadu state, India
Died: 26 April 1920 in Kumbakonam,
Tamil Nadu state, India |
|
ผู้เขียนดร.
กิตติกร นาคประสิทธิ์ |
|
|
|
ประวัติย่อของอัจฉริยะคณิตศาสตร์ชาวอินเดีย
ที่มีผลงานโด่งดังไปทั่วโลก |

(Srinivasa Ramanujan พ.ศ.๒๔๓๐-๒๔๖๓)
คืนหนึ่งในปีพ.ศ.
๒๔๕๖ แม้จะดึกมากแล้ว ดร. กอดฟรีย์ ฮาร์ดี และเพื่อนซี้ ดร, จอห์น
ลิตเติลวูด ยังไม่ยอมกลับบ้าน
และขังตัวเองอยู่บนตึกคณิตศาสตร์ภายในมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
ทั้งคู่ไม่ได้กำลังวางแผนร้ายกับใครที่ไหน
หากแต่ว่ากำลังร่วมระดมสมองอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อตรวจสอบผลงานคณิตศาสตร์ซึ่งส่งมาจากชายลึกลับคนหนึ่ง
ผลงานของชายลึกลับคนนี้อัดแน่น
อยู่เต็มหลายหน้ากระดาษและทั้งหมดทั้งมวลดูแปลกประหลาดกว่างานของนักคณิตศาสตร์คนอื่นใดในโลก
หลังจากที่ได้ตรวจตราดูความถูกต้องของสูตรต่าง ๆ
และลองพิสูจน์สมการแปลก ๆ หลายอันจนเป็นที่พอใจแล้ว ดร. ฮาร์ดี
จ้องหน้า ดร. ลิตเติลวูด ดร. ลิตเติลวูด ก็จ้องหน้า ดร. ฮาร์ดีกลับ
ทั้งสองเห็นพ้องตรงกันว่า ไอ้หมอนี่ไม่ธรรมดาซะแล้ว ฮาร์ดีไม่รอช้า
ส่งจดหมายเชิญตัวเสมียนจน ๆ เจ้าของผลงานลึกลับจากอินเดียคนนั้นทันที
หนุ่มอายุยี่สิบห้าหยก ๆ ยี่สิบหกหย่อน ๆ คนนี้มีชื่อว่า ศรีนิวาสะ
รามานุชัน (Srinivasa Ramanujan พ.ศ.๒๔๓๐-๒๔๖๓)
หลังจากที่อิดเอื้อนพักหนึ่งความที่ห่วงครอบครัวที่อินเดีย
รามานุชันก็หอบความคิดมาสร้างความลือลั่นสั่นสะเทือนที่มหาวิทยาลัยแคมบริดจ์แห่งอังกฤษ
รามานุชันเกิดในครอบครัวจน ๆ เมือง Erode
ในบริเวณภาคใต้ของอินเดีย เรียกอย่างลูกทุ่ง ๆ
หน่อยก็คือท่านเป็นเด็กบ้านนอกครับ
แต่ไม่ใช่อุปสรรคต่อความใฝ่รู้ของท่าน ตอนอายุ๑๓ปีก็ศึกษาตำราคณิตศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัยจนเข้าใจได้ด้วยตัวเอง
พออายุ ๑๕ ปี ก็อ่านตำราคณิตศาสตร์ระดับสูงชื่อ Synopsis of Pure
Mathematics และพิสูจน์หาค่าสูตร ๖๐๐๐ สูตรในหนังสือด้วยตัวเอง
น่าเสียดายว่าตำราเล่มนี้ไม่ค่อยเจาะรายละเอียดเท่าไร
บางทีก็บอกเหตุผลนิดเดียวแล้วก็สรุปเอาดื้อ ๆ
ว่ากันว่าทำให้ในเวลาต่อมา ท่านก็มักทำงานโดยเว้นรายละเอียดเหมือนกัน
ซึ่งบางที คนรุ่นหลังมาตรวจก็พบว่าอัจฉริยะอย่างท่านก็พลาดได้เหมือนกัน
ไม่ใช่แค่นั้นครับ ตำราเล่มนี้ยังใช้สัญลักษณ์และเครื่องหมายต่าง ๆ
ที่ล้าสมัย
ทำให้คนที่ศึกษางานของรามานุชันในชั้นหลังต้องมานั่งปวดหัวตีความสัญลักษณ์ต่าง
ๆ ที่ใช้กว่าจะเข้าใจได้
ตอนเป็นวัยรุ่น ได้ทุนเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งเมืองมาดราส
(Madras) แต่รามานุชันมุ่งแต่คณิตศาสตร์
จนสอบตกทุกวิชายกเว้นคณิตศาสตร์ที่ได้คะแนนเต็ม ทุนก็โดนถอน
ปริญญาก็ไม่ได้ ท่านก็ยังใจสู้ คิดงานคณิตศาสตร์ไปเรื่อย
จดผลงานที่จะดังลั่นในเวลาต่อมาในสมุดบันทึกของท่านไว้
อินเดียยุคนั้นค่อนข้างขาดแคลนกระดาษ
ว่ากันว่าท่านทดเลขและตรวจรายละเอียดในกระดานชนวน
เวลาลบก็ต้องใช้ข้อศอกลบกระดานชนวนจนปวดศอกกันไปทั้งสองข้าง
การขาดแคลนกระดาษก็เป็นเหตุผลอีกข้อที่ท่านบันทึกเฉพาะผลลัพธ์ในสมุดบันทึกโดยไม่แจ้งที่มาที่ไป
ท่านแต่งงานกับภรรยาของท่านที่อายุน้อยกว่าท่าน ๙ ปี
ท่านย้ายเข้าไปในตัวเมืองเพื่อปากท้องของครอบครัว
เอาผลงานที่ท่านคิดแสดงให้นักคณิตศาสตร์คนอื่น ๆ ดู
มีอาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่งชอบใจ ถึงขั้นวิ่งเต้นหางานให้รามานุชัน
แต่ผลงานของรามานุชันออกจะลึกไปหน่อยในอินเดียช่วงนั้น
อาจารย์ท่านนั้นก็เลยออกทุนส่วนตัวให้ก่อน แต่รามานุชันใจไม่ด้านพอ
รับเงินฟรี ๆ ได้ช่วงหนึ่ง ก็ขอตัวไปทำงานเสมียนที่รายได้เท่ากัน
แต่ดูมีศักดิ์ศรีกว่าเพราะไม่ได้ขอใครกิน
รามานุชันเริ่มเห็นว่าวงการคณิตศาสตร์อินเดียตอนนี้คงจะเข้าใจผลงานท่านยาก
อย่ากระนั้นเลย
ส่งผลงานไปให้นักคณิตศาสตร์ที่ประเทศอังกฤษน่าจะได้เรื่องกว่า
แต่ว่างานของท่านอ่านยากครับ ไม่ใช่ว่าผลงานลึกซึ้งอย่างเดียว
ยังใช้เครื่องหมายอะไรต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนกับชาวบ้านเขา
มีนักคณิตศาสตร์ชื่อดังอย่างน้อยสองคนที่เอาจดหมายของรามานุชันทิ้งถังขยะไป
จดหมายที่ถึงฮาร์ดี กระบี่มือหนึ่งแห่งยุโรปช่วงนั้นก็เกือบไปครับ
ฮาร์ดีตอนแรกก็นึกว่ามีใครส่งจดหมายเพี้ยน ๆ มาให้เขาอีก
เดชะบุญที่เปลี่ยนใจกลับมาอ่านพร้อมกับลิตเติลวูดอีกรอบ ไม่เช่นนั้น
วงการคณิตศาสตร์อาจจะไม่รู้จักรามานุชันเลยก็ได้ งานนี้เฉียดฉิวครับ

G.H. Hardy
ตอนแรกรามานุชันตั้งใจส่งจดหมายมาเพื่อขอทุนหรือไม่ก็คำรับรองจากฮาร์ดีจะได้หางานดี
ๆ ที่อินเดียได้ แต่ฮาร์ดีเห็นว่าถ้าอยู่ที่อินเดีย
ส่งจดหมายกันไปกันมา งานดี ๆ ไม่เดินแน่ สมัยนั้นยังไม่มีอีเมล์ครับ
กว่าจดหมายจะส่งถึงกันทีก็เป็นเดือน อีกอย่าง
มีผลงานหลายชิ้นที่ฮาร์ดีอยากให้รามานุชันมาอธิบายด้วยตัวเองว่างานชิ้นนี้
คิดได้อย่างไรกันแน่ เพราะรามานุชันไม่ชอบเขียนรายละเอียดเท่าไรนัก
ฮาร์ดีใช้ลูกตื๊อจนรามานุชันจนใจอ่อนยอมทิ้งบ้าน
ทิ้งครอบครัวที่รักและห่วงมาที่อังกฤษจนได้ ในพ.ศ. ๒๔๕๗
หนึ่งปีหลังจากที่ฮาร์ดีอ่านจดหมายของรามานุชัน
| |

Bishop's hall ในเคมบริดจ์ที่พำนักของรามานุชัน ระหว่างปี ค.ศ.
1915-17
เมื่อรามานุชันมาถึงอังกฤษ ฮาร์ดีนอกจากจะร่วมทำงานกับรามานุชันแล้ว
ยังพยายามสอนคณิตศาสตร์บางอย่างให้กับรามานุชัน
พร้อมทั้งเน้นให้รามานุชันใส่ใจกับการรายละเอียดและขั้นตอนในการพิสูจน์ผลต่าง
ๆ ที่หาได้ ซึ่งรามานุชันก็ได้ความรู้ดีครับ
แต่ด้วยความที่ติดนิสัยหรือกลัวจะเสียเวลาอันนี้ก็ไม่ทราบ
ท่านก็ยังละเลยรายละเอียดในการพิสูจน์เสียอย่างนั้น
อันนี้พี่ต้องขอให้น้องอย่าทำตามนะครับ
ยกให้กับอัจฉริยะที่ไม่เหมือนใครอย่างรามานุชันสักหนึ่งคน
อีกอย่างคนระดับท่านยังมีผลงานผิด ๆ ได้เหมือนกัน
คนที่ศึกษางานชั้นหลังบอกว่ามีผิดประมาณ ๕-๑๐ ที่จากทฤษฎีกว่า
๓๐๐๐ บท ซึ่งถือว่าผิดน้อยมากครับและไม่มีอะไรคอขาดบาดตาย
แต่ก็แสดงว่างานทางคณิตศาสตร์จะต้องพิสูจน์กันให้เห็นจริงครับ
จะเชื่อและนำไปใช้โดยไม่มีใครตรวจสอบเลย แบบนั้นก็ยุ่งแน่
ลืมบอกไปครับว่าฮาร์ดีกับรามานุชันได้สร้างงานในด้าน
ผลแบ่งกั้นของจำนวนเต็ม (partitions of integer)
รามานุชันยังสร้างความก้าวหน้าในด้านทฤษฎีตัวเลข ( number
theory) และศึกษาเรื่อง เศษส่วนต่อเนื่อง (continued fractions)
อนุกรมอนันต์ (infinite series) และ ฟังก์ชันต่าง ๆ อีกมากมาย
แต่ทฤษฎีด้านจำนวนเฉพาะของท่านมีทั้งที่ถูกและผิดครับ
นักคณิตศาสตร์ต่าง ๆ ต้องช่วยกันตรวจสอบเหมือนกัน สำหรับลิตเติลวูดที่ช่วยกันอ่านจดหมายของรามานุชันไม่ได้ร่วมงานกันเท่าไร
เพราะเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
และยังหนุ่มแน่นอยู่จึงเข้ารับราชการทหาร ภายหลังลิตเติลวูดก็กลับมาสร้างงานคณิตศาสตร์ทั้งโดยตัวของลิตเติลวูดเอง
และร่วมงานกับฮาร์ดีอีกหลายชิ้นงาน
ผลงานเยอะแยะขนาดนี้ เพียงในเวลาแค่ห้าปี
รามานุชันก็ดังกึกก้องวงการ แม้แต่ฮาร์ดีมือหนึ่งของอังกฤษยังรับว่า
อัจฉริยภาพของชายหนุ่มจากเอเชียผู้นี้สุดล้ำลึกเกินที่ฮาร์ดีจะหยั่งได้
ต่อมารามานุชันได้รับแต่งตั้งให้เป็นราชบัณฑิต (Fellow of the
Royal Society)
ของอังกฤษที่อายุน้อยที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์กันเลยทีเดียว
รามานุชันทุ่มกายทุ่มใจให้กับคณิตศาสตร์มากเหลือเกิน
อาจจะเป็นสาเหตุให้ท่านไม่ได้ดูแลตัวเองให้ดีพอ
ทั้งยังจากบ้านเกิดเมืองนอนและครอบครัว
ทั้งสภาพอากาศที่หนาวเย็นในอังกฤษต่างจากอากาศที่อบอุ่นที่อินเดีย
ทั้งการที่ท่านกินอาหารมังสวิรัตทำให้ต้องมาปรุงอาหารเองในสภาพจำกัดจำเขี่ยในยุคสงคราม
จนมีผู้วิเคราะห์ในชั้นหลังว่าอาจทำให้ท่านขาดสารอาหารก็เป็นได้
ใจอาจจะยังไหว แต่ร่างกายเริ่มที่จะทรุดโทรมลง
| | | | |