|
บทบาทของพ่อแม่เกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของลูก
- การเรียนรู้ของเด็กจะเริ่มในทันทีที่เด็กเกิด
มิได้เริ่มเรียนรู้เมื่อไปโรงเรียน
กระบวนการเรียนรู้เป็นกระบวนการต่อเนื่อง
เริ่มที่บ้าน เรียนรู้จากประสบการณ์
จากการพูดคุยกับพ่อ แม่ พี่ น้อง จากเพื่อน
และจากบุคคลอื่นรอบ ๆ ตัว
พ่อแม่มีพิทธิพลต่อพัฒนาการทางการเรียนรู้ของลูกเป็นอย่างมาก
เจตคติและความสนใจของพ่อแม่จะมีอิทธิพลต่อเจตคติและความสนใจต่อการเรียนรู้ของลูกด้วย
"ศิษย์เก่งเลขครูรักเป็นนักหนา" คำโบราณนี้ยังเป็นจริงอยู่
จะเห็นได้จากในปัจจุบันโรงเรียนขาดครูคณิตศาสตร์
หาครูคณิตศาสตร์ได้ยาก ในระดับอุดมศึกษา
นักศึกษาเลือกเรียนคณิตศาสตร์เป็นวิชาเอกจำนวนน้อยลง
จนต้องมีโครงการให้ทุนเรียนก็ยังมีผู้สมัครรับทุนไม่ครบจำนวน
เพราะเรียนยาก
แล้วเราจะพัฒนาประเทศได้อย่างไร
ในเมื่อเทคโนโลยีทั้งหลายต้องใช้คณิตศาสตร์เป็นพื้นฐาน

- ในฐานะพ่อแม่
ท่านมีโอกาสอย่างมากที่จะช่วยพัฒนา
บ่มเพาะทักษะทางคณิตศาสตร์ให้แก้ลูกตั้งแต่เขายังไม่เข้าโรงเรียน
- สิ่งง่าย ๆ
ที่ท่านควรจะเริ่มต้นฝึกทักษะทางคณิตศาสตร์ให้แก่ลูก
คือการคาดคะเน
หรือการเดาอย่างมีเหตุผล
หรือภาษาทางคณิตศาสตร์เรียกว่าการประมาณค่า
ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องใช้ในชีวิตประจำวัน
ไม่ว่าในการไปจับจ่ายซื้อของ
การเดินทางการหุงหาอาหาร ทำความสะอาดบ้าน
การกินอยู่หลับนอน การประกอบอาชีพ ฯลฯ
เรียกได้ว่าการประมาณค่าจะมีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องในทุกอย่างก้าวของชีวิต
ในฐานะผู้ใหญ่เราอาจใช้การประมาณค่าสูงถึง
80 %
แทนการคิดคำนวนที่ต้องคิดอย่างถูกต้องด้วยวิธีคำนวนหรือด้วยเครื่องคิดเลข
- เมื่อการประมาณค่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตท่านจะช่วยลูกหลานของท่านให้มีทักษะด้านนี้ได้อย่างไรแม้ว่าโรงเรียนจะสอนเรื่องการประมาณค่า
แต่ท่านสามารถเริ่มต้นได้ที่บ้านก่อนลูกเข้าโรงเรียน
เมื่อใดก็ตามที่สถานการณ์อำนวยท่านสามารถเริ่มได้ทันที
เช่นที่โต๊ะอาหาร มีทอดมันในจาน 8
ชิ้นพ่อแม่ ลูกอีก2 คน
จะได้รับประทานคนละกี่ชิ้น
หรือไปซื้อของที่ตลาดสด
หรือติดแอร์ก็ตาม มีเงินไป 200 บาท
เมื่อดูราคาของแล้วจะได้อะไรมาบ้างจึงจะพอดีกับเงินหรือไปรับประทานอาหารนอกบ้านมีเงินไป
500 บาท
ดูรายการอาหารแล้วจะสั่งอะไรได้บ้าง
เป็นต้น ได้มีการศึกษาค้นคว้าหลายเรื่อง
เกี่ยวกับเรื่องเด็กและการประมาณค่า
พอสรุปได้ดังนี้
-
- ถ้าไม่มีการสอนและฝึกอบรมในเรื่องนี้
เมื่อถูกกำหนดให้ทำการประมาณค่าเด็กจะทำไม่ได้หรือได้ไม่ดี
-
- ในชีวิตประจำวัน
จะต้องกระตุ้นเด็กอยู่เสมอให้เห็นประโยชน์ของการประมาณค่า
-
- การสอนและฝึกปฏิบัติอยู่เป็นประจำ
เด็กจะสามารถประมาณได้อย่างรวดเร็ว
-
- เด็กจะสนุกกับการประมาณค่า
เมื่อเขาตระหนักถึงความสำคัญและได้เรียนรู้เทคนิดของการประมาณค่า
- ในห้องเรียนนั้นเวลาส่วนใหญ่จะใช่ไปในการคำนวนคำตอบที่ถูกต้อง
ไม่มีการคำนวนคำตอบที่ใกล้เคียง
ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่มีส่วนช่วยเติมเต็มได้
ในชีวิตจริงเราใช้การประมาณค่ามากกว่าการหาค่าที่ถูกต้องดังกล่าวแล้วข้างต้น
พ่อแม่จึงควรเสริมแรงด้วยกิจกรรมต่าง
ๆ เกี่ยวกับการเดา
การคาดคะเนอย่างสมเหตุควบคู่ไปกับการคำนวณคำตอบที่ถูกต้อง
- ก่อนที่เด็กจะนับเป็น
เขาสามารถที่จะคาดคะเนหรือประมาณค่าได้แล้วจากการเล่น
เช่น การตักทรายใส่กระป๋อง
หรือการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง
การหยิบดินสอนสีใส่กล่อง เป็นต้น
เมื่อเขาเติบโตขึ้นเขาก็จะสามารถประมาณค่าจำนวนของสิ่งต่าง
ๆ ในโลกได้อย่างใกล้เคียง
พ่อแม่สามารถช่วยลูกให้เป็นนักประมาณค่าที่ดีโดยใช้ประสบการณ์การประมาณค่าของท่านเองคุยกับลูก
เช่น
ขณะที่ไปซื้อของหรือดูโฆษณาราคาของในหนังสือพิมพ์ว่าของสิ่งใดแพงหรือถูกกว่ากันเท่าไร
ควรซื้ออย่างไหน เพราะอะไร
หรือดูประกาศรับสมัครพนักงานว่าได้ค่าจ้างต่อเดือนเท่าไร
ประมาณค่าดูว่าปี
หนึ่งนายจ้างจะต้องเสียค่าจ้างเท่าไร
เป็นต้น
การได้เรียนรู้เทคนิคการประมาณค่า
จะยังประโยชน์หลายสถานแก่เด็กของท่านดังนี้
เนื่องจากมีการใช้เครื่องคิดเลขอย่างแพร่หลายในปัจจุบันทักษะการประมาณค่ายิ่งมีความสำคัญ
มากขึ้นการประมาณค่าจะช่วยให้เด็กตระหนักถึงคำตอบที่ผิดพลาดที่ปรากฏบนเครื่องคิดเลขได้
ความตระหนักในการประมาณค่าที่เด็กใช้อยู่บ่อย
ๆ
ในชีวิตประจำวันจะช่วยให้เด็กเห็นประโยชน์
ของวิชาคณิตศาสตร์
ทักษะในการประมาณค่าจะช่วยทักษะในการคิดคำนวณให้ดีขึ้น
โดยช่วยเด็กให้ประมาณค่าคำ
ตอบได้อย่างมีเหตุผล
กระบวนการประมาณค่าเกี่ยวข้องกับเทคนิคการแห้ปัญหาอย่างใกล้ชิด
ขณะที่เด็กมีทักษะในการ
ประมาณค่าสูงขึ้น
เด็กจะพัฒนาในด้านกระบวนการคิดด้วย
เมื่อเด็กรู้สึกคล่องกับกระบวนการ
แล้วเด็กจะชอบประมาณค่า
หน้าที่ของพ่อแม่คือช่วยให้เขาได้
พัฒนาเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์
- ถ้าท่านต้องการจะช่วยให้เด็กของท่านพัฒนาทักษะด้านการประมาณ
ท่านควรปฏิบัติดังนี้
- ฉวยโอกาสประมาณค่าในทุก ๆ
กรณีแล้วแลกเปลี่ยนประสบการณ์และกระบวนการคิดกับเด็กของท่านเด็กของท่านก็จะได้ประโยชน์จากการถกเถียงปัญหาเกี่ยวกับวิธีการที่เขาได้ประมาณค่านั้น
ท่านต้องเปิดใจและพร้อมที่ถกเถียงปัญหากับเขา
ตัวท่านเองอาจจะได้เทคนิคใหม่ ๆ
เกี่ยวกับการประมาณค่าเพิ่มขึ้นอีกก็ได้
ที่มา : ทัศนีย์ สงวนสัตย์, วารสาร สสวท. ปีที่ 25 ฉ. 96 มกราคม -
มีนาคม 2540 |