ศ.ดร.อากิยามานักคณิตศาสตร์ผู้มีมาดศิลปินกล่าวว่าในวัยเด็กนั้นพ่อแม่และครอบครัวของเขาให้โอกาสในการเรียนรู้
อีกทั้งเขายังเติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติมากๆ
เขาชอบสังเกตนก สังเกตผึ้ง ผีเสื้อและแมลงต่างๆ
เขาจึงประทับใจกับสิ่งที่อยู่รอบตัว
อีกทั้งเขายังชอบถอดประกอบอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ
นาฬิกาหรือจักรยานเป็นประจำ
เขาจึงนำทักษะดังกล่าวมาใช้ในการสร้างสื่อการสอนคณิตศาสตร์ |
|
|
|
แล้วเราเคยตั้งคำถามกันบ้างหรือไม่ว่าทำไมผ้าเป็นม้วนๆ
ที่นำมาตัดเสื้อนั้นจึงต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยม
คำถามนี้ติดอยู่ในใจของ ศ.ดร.อากิยามา
จนเป็นแรงบันดาลให้เขาสร้างกล่องรูปทรงแปลกจากรูปทรงเรขาคณิตอื่นๆ
อาทิ รูปสามเหลี่ยมด้านเท่า
รูปห้าเหลี่ยมด้านเท่าหรือรูปทรงแปดเหลี่ยม
เป็นต้น
และเขายังพบว่ารูปทรงพีรามิดนั้นไม่ว่าจะตัดและคลี่ออกเป็นรูปอะไรก็ตาม
จะสามารถนำรูปนั้นมาต่อกันได้ไม่สิ้นสุดซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการปูกระเบื้อง |
|
อย่างไรก็ดี
ศ.ดร.อากิยามาไม่ได้สร้างสื่อการสอนแค่เรื่องเรขาคณิตเท่านั้น
เขายังทำให้แคลคูลัสเป็นเรื่องง่ายโดยการสร้างอุปกรณ์เป็นหลอดทดลองเล็กๆ
หลายอันฉีดของเหลวเข้าหลอดทดลองขนาดใหญ่ 1 หลอด
ซึ่งเป็นหลักการของการอินทิเกรตในวิชาแคลคูลัสอีกด้วย
ทั้งนี้เขาสร้างสื่อการสอนคณิตศาสตร์ที่สัมผัสได้กว่า
500 ชิ้น
ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการคำนวณทางทฤษฎีที่ซับซ้อน
แต่ก็ทำให้เด็กๆ และคนทั่วไปเข้าใจได้อย่างง่ายๆ |
|
พร้อมกันนี้
ศ.ดร.อากิยามากล่าวว่าเราต้องบอกลาการเรียนคณิตศาสตร์แบบเก่ๆ
ที่มีเพียงชอล์กและกระดานดำ
พร้อมกับคำสั่งของครูที่เด็กทำถูกก็เป็นเด็กดี
ส่วนเด็กที่ทำไม่ถูกก็กลายเป็นเด็กไม่ดีไป
ทั้งนี้ต้องเน้นการทดลองให้เด็กมีส่วนร่วมมากขึ้น
ทำคณิตศาสตร์ให้กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้
องค์ประกอบที่จะทำให้เด็กชอบคือต้องทำให้เด็กเกิดความประทับใจและมีความสุข
เมื่อเด็กได้ทดลองก็จะชอบและประทับใจ
ซึ่งความแปลกก็เป็นสิ่งที่ทำให้เด็กตื่นเต้นและสนใจ |
|
|